ท่องเที่ยวทั่วโลก

ศาลหลวงต้นไทร

ส.ค.
31

ศาลหลวงต้นไทร เป็นศาลหลวงที่ทรงสร้างโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดตั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2547 และประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญเทพารักษ์ขึ้นประดิษฐ์ฐาน ณ ศาลต้นไทร โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีฯ ศาลต้นไทรสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง บริเวณโดยรอบปูด้วยหินอ่อนและมีการจัดสภาพภูมิทัศที่สวยงาม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชะอวดแพรกเมือง ซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก
คงไม่มีใครใน จ.นครศรีธรรมราช ที่จะไม่รู้จัก ศาลหลวงต้นไทร โดยเฉพาะคนใน อ.เชียรใหญ่ และ อ.หัวไทร ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ต่างร่ำลือถึงกิตติศัพท์ของความศักดิ์สิทธิ์ขณะก่อสร้างโครงการเมื่อหลายปีก่อน
โดยเฉพาะการขุดคลองระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง หมู่ 12 ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ ที่ต้องหยุดชะงักไปพักใหญ่ เพราะเครื่องยนต์ของเรือขุด และรถแบ็กโฮ จะดับทุกครั้งที่เข้าไปใกล้ต้นไทรใหญ่ ทั้งยังมีคนงานล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุอีกด้วย!!
ชาวบ้านที่นั่นต่างเชื่อว่า สาเหตุของเรื่องราวประหลาดดังกล่าวเกิดจาก “อาถรรพณ์” ของต้นไทร โดยบริเวณใต้ต้นไทรยังขุดพบซากกระดูกมนุษย์ และสัตว์ใหญ่ต่างๆ รวมทั้งเปลือกหอยทะเล เมื่อชาวบ้านทราบข่าวก็พากันไปกราบไหว้ต้นไทรกันเป็นจำนวนมาก
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มา ณ แปลงปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2545
ครั้งนั้น นายจำนูญ พลายด้วง ชาวบ้าน ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ และได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงต้นไทรโบราณขนาดใหญ่ที่ขึ้นขวางแนวขุดคลองชะอวด-แพรกเมือง
นายจำรูญ กราบบังคมทูลถึงเรื่องราวประหลาดที่เครื่องยนต์ขนาดใหญ่จะดับทุกครั้งเมื่อขับเคลื่อนมาถึงต้นไทร และเมื่อมีชาวบ้านมาตั้งเครื่องเซ่นไหว้ และขอโชคลาภก็สมปรารถนาในสิ่งที่ขอ จึงมีความเชื่อว่าต้นไทรต้นนั้นเป็นต้นไทรศักดิ์สิทธิ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิชัยพัฒนา ไปดำเนินการจัดสร้างศาลหลวงขึ้นตามโบราณราชประเพณี
ต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานงบประมาณให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการก่อสร้างศาลขึ้น โดยมี นาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ
เมื่อจัดสร้างแล้วเสร็จ มูลนิธิชัยพัฒนาได้ประสานกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง คำนวณฤกษ์ศุภมงคลการพิธีตั้งศาลตามฤกษ์ โดยมีพราหมณ์หลวงเป็นผู้ประกอบพิธีหลวง เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2547 เวลา 10.09 น.
ตั้งแต่นั้นเรื่อยมา ศาลหลวงต้นไทรจึงเป็นที่เคารพสักการะของชาวลุ่มน้ำปากพนัง ทั้งยังเป็นอนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกด้วย อ่านต่อ

วัดศรีทวี

ส.ค.
31

วัดศรีทวี ในอดีตนั้นชื่อว่า วัดท่ามอญ เป็นวัดตั้งอยู่คู่กับวัดโพธิ์มอญ สันนิษฐานว่าในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้มีชุมชนชาวมอญอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้ อันเนื่องมาจากที่ชาวมอญนับถือพระพุทธศาสนา จึงได้สร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ อันได้แก่พระพุทธรูปและศาลาเป็นที่ประกอบบำเพ็ญบุญซึ่งเป็นศูนย์รวมของชุมชนผู้นับถือพระพุทธศาสนา

แต่สร้างเป็นศาลาเล็ก ๆ และไม่มีสิ่งก่อสร้างอะไรมากมายนัก จากหลักฐานทำเนียบการสร้างวัดของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขอจดทะเบียนตั้งเป็นวัดเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๘ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยมีชื่อว่า วัดท่ามอญ และการตั้งชื่อวัดตั้งขึ้นตามชื่อของชุมชนที่ตั้งอยู่ในสมัยนั้น

สันนิษฐานว่า สถานที่ตรงนี้คงเป็นท่าน้ำที่ชาวมอญเข้ามาประกอบอาชีพค้าขายกับชาวเมืองนครศรีธรรมราช เพราะลำน้ำหลังวัดในปัจจุบันนี้ ในสมัยก่อนมีเรือบรรทุกสินค้าของชาวต่างชาติเข้ามาค้าขายกับเมืองนครศรีธรรมราช ลำน้ำแห่งนี้ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช ทางทิศตะวันตก อ่านต่อ

วัดสระเรียง

ส.ค.
31

วัดสระเรียง อีกหนึ่งวัดที่ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ที่เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อครั้งยกทัพมาตีหัวเมืองทางใต็และได้สร้างพลับพลาที่ประทับในวัดสระเรียง โดยปัจจุบันพลับพลาที่ประทับและพระพุทธรูปดินเผาโบราณถูกนำไปเก็บบรักษาไว้ที่ีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

เป็นวัดเก่าแก่ที่เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อครั้งยกทัพมาตีหัวเมืองทางใต็และได้สร้างพลับพลาที่ประทับในวัดสระเรียง โดยปัจจุบันพลับพลาที่ประทับและพระพุทธรูปดินเผาโบราณถูกนำไปเก็บบรักษาไว้ที่ีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราชจำลอง ปางมารวิชัย (ซุ้มเรือนแก้ว)

เป็นพระประธานในอุโบสถวัดสระเรียง มีขนาดหน้าตักกว้าง 41 นิ้ว สูง 59 นิ้ว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2529 นอกจากนี้ยังมี รูปหล่อหลวงพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ พระชื่อดังที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวนครศรีธรรมราช รวมถึง รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ประดิษฐานอยู่ในวัดแห่งนี้ อ่านต่อ

อุโมงค์รถไฟขุนตาล

ส.ค.
31

อุโมงค์รถไฟขุนตาล อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย อยู่ระหว่างจังหวัดลำปางกับลำพูน เจาะลอดใต้ดอยงาช้างของเทือกเขาขุนตาลเข้าไป ยาวถึง ๑,๓๖๒.๐๕ เมตร กว่าจะทะลุอีกด้าน นับเป็นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ สร้างความตื่นเต้นให้คนทั้งประเทศ ซึ่งต้องใช้วิทยาการและความอุสาหะอย่างมาก เพราะเครื่องมือเครื่องใช้ก็ไม่มีเหมือนในยุคนี้ ต้องใช้แรงคนตอกหินทีละก้อน ทั้งการเดินทางเข้าไปทำงานก็ยากลำบาก ต้องบุกป่าฝ่าดงแบกอุปกรณ์เข้าไป ซ้ำวิศวกรชาวเยอรมันที่ควบคุมงานทั้งหมดยังถูกจับในฐานะเป็น “ชนชาติสัตรู” ต้องใช้เวลาถึง ๓ รัชกาลจึงเปิดเดินรถได้

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงทำพิธีเริ่มสร้างทางรถไฟในวันที่ ๔ มีนาคม ๒๔๓๔ จนปลายปี ๒๔๔๘ รถไฟสายเหนือก็เพิ่งเดินรถไปได้แค่สถานีนครสวรรค์ และการสำรวจเส้นทางที่จะไปถึงเชียงใหม่มีอุปสรรคใหญ่ คือเทือกเขาขุนตาลที่ขวางกั้นจนยากที่หลบเลี่ยงได้

หลังจากสำรวจอยู่ ๒ ปี ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะขุดอุโมงค์ลอดไปอย่างที่ในยุโรปทำกันมาแล้ว แต่การขุดอุโมงค์ลอดใต้ภูเขายาวเป็นกิโลเมตรเช่นนี้ ทั้งยังอยู่ในดินแดนทุรกันดารที่ต้องปีนป่ายภูเขาเข้าไป นับเป็นเรื่องที่คนไทยทั่วไปมองไม่เห็นทางที่จะเป็นไปได้ แต่ก็มีความศรัทธาเชื่อถือในวิศวกรเยอรมัน ซึ่งตอนนั้นคนไทยนิยมเยอรมันมาก ถือกันว่าสินค้าเยอรมันมีคุณภาพดีกว่าทุกชาติในโลก ทั้งยังคบหากันได้อย่างสบายใจ เพราะเยอรมันไม่มีนโยบายแสวงหาอาณานิคมในย่านนี้ ผิดกับอังกฤษและฝรั่งเศสที่ไว้ใจไม่ได้ ยอกย้อนซ่อนแผนที่จะยึดครองประเทศไทยให้ได้

การเจาะอุโมงค์ขุนตาลเริ่มต้นในปี ๒๔๕๐ ซึ่งยังอยู่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยมีวิศวกรเยอรมันชื่อ อีมิล ไอเซนโฮเฟอร์ เป็นผู้ควบคุมคนแรก และขุดทั้ง ๒ ด้านให้มาบรรจบกันพอดี ซึ่งต้องใช้การคำนวณที่แม่นยำมาก

อุโมงค์รถไฟขุนตาล จุดเริ่มต้นขุดอุโมงค์ทั้ง ๒ ด้าน อยู่ในบริเวณทุรกันดารที่การเดินทางต้องใช้เดินเท้าหรือขี่ม้าเข้าไป ส่วนอุปกรณ์เครื่องใช้ในการก่อสร้างและสัมภาระทั้งหลาย ต้องใช้ช้างและเกวียนบรรทุก บางตอนที่เป็นภูเขาชันก็ต้องใช้รอกกว้านขึ้นไป โดยฐานหัวงานอยู่ที่ลำปาง

วิธีขุด เริ่มด้วยการเจาะเป็นรูเล็กๆเข้าไปโดยใช้แรงงานคนตอกหรือใช้สว่าน จากนั้นจึงเอาดินระเบิดไดนาไมต์ฝัง สอดใส่แก๊ปหรือเชื้อประทุ แล้วต่อสายชนวนยาวเพื่อความปลอดภัยของคนจุดชนวนระเบิด

บางจุดก็ใช้วิธีสุมไฟให้หินร้อนจัด ซึ่งจะทำให้สกัดออกได้โดยง่าย หรือบางก้อนราดน้ำลงไปหินร้อนก็จะแตกเองเป็นเสี่ยงๆ

ยิ่งขุดลึกเข้าไปงานก็ยิ่งยากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะต้องขนเศษหินออกมาทิ้งนอกอุโมงค์ ซึ่งหินที่เจาะออกมาจากอุโมงค์ขุนตาลมีปริมาณถึง ๖๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร การใช้แรงงานคนขนออกจากถ้ำ จึงเป็นงานที่หนักหนาสาหัสยิ่ง

คนงานที่สมัครมารับภาระในการขุดเจาะอุโมงค์ขุนตาลนี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกที่หาทางไปทำงานอย่างอื่นได้ยาก ได้แก่พวกนักร่อนเร่เผชิญโชค พวกขี้เหล้าและขี้ยา ซึ่งขี้ยาในยุคนั้นก็คือพวกสูบฝิ่นที่ยังไม่มีกฎหมายห้าม ปรากฏว่าพวกที่ทำงานได้ดีที่สุดก็คือพวกขี้ยา ซึ่งมีความขยันมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ทั้งๆที่ทุกคนต่างมีร่างกายผอมแห้ง ที่ขยันทำงานก็หวังจะได้เงินมาสูบฝิ่น ทั้งยังไม่มีความกลัวควันพิษต่างๆในอุโมงค์ที่เกิดจากฝุ่นหิน เพราะเชื่อในอิทธิฤทธิ์ของฝิ่นว่าจะกำจัดได้หมด เมื่อขุดเข้าไปลึกๆอากาศหายใจก็น้อยลงทุกที ต้องปั๊มอากาศเข้าไปช่วย แต่พวกสูบฝิ่นที่ผอมแห้งก็ใช้อากาศหายใจน้อยกว่าพวกอื่น อ่านต่อ

อุทยานประวัติศาสตร์ เจ้าพระยานคร(น้อย)

ส.ค.
31

อุทยานประวัติศาสตร์ เจ้าพระยานคร(น้อย) เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชสมัยกรุงรัตนโกสินทร์คนที่ 3 บุตรบุญธรรมในเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) เป็นพระราชโอรสองค์รองสุดท้ายในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชชัย มไหสุริยาธิบดี ผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเรียกกันเป็นสามัญสั้น ๆว่า เจ้าพระยานครศรีธรรมราชบ้าง เจ้าพระยานคร(น้อย)บ้าง และน้อยคืนเมืองบ้าง แต่ที่เรียกกันอย่างแพร่หลายก็คือเจ้าพระยานคร(น้อย)

เจ้าพระยานคร(น้อย)เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๓๑๙ ที่เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งตรงกับสมัยกรุงธนบุรี

พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระสมมุตอมรพันธ์ทรงเรียบเรียงประวัติของเจ้าพระยานคร(น้อย)ไว้ในพระนิพนธ์เรื่องตั้งเจ้าพระยากรุงรัตนโกสินทร์ว่าเป็นบุตรเจ้าพระยานคร(พัฒน์)ซึ่งภายหลังเป็นเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี อีกนัยหนึ่งว่าเป็นลูกเธอในพระเจ้ากรุงธนบุรีดังมีข้อความในพระราชวิจารณ์ที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมุตอมรพันธุ์ทรงอ้างคือ พระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งทรงพระราชวิจารณ์เรื่องจดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี ตอนที่ตรัสถึงเจ้าพระยานคร (น้อย) และเจ้าจอมมารดาปรางในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชว่า

“เจ้าจอมมารดาปรางในพระเจ้ากรุงธนบุรี พระราชทานแก่อุปราชพัฒน์ มีความชอบชนะศึกชายาถึงแก่กรรม รับสั่งว่าอย่าเสียใจนักเลยจะให้เลี้ยงหลาน ท้าวนางกราบทูลว่า เริ่มตั้งครรภ์ได้ ๒ เดือนแล้ว แต่รับสั่งตรัสแล้วไม่คืนคำ พระราชวิจารณ์รัชกาลที่ ๕ ว่าไม่ทรงทราบหรือเป็นราโชบายให้เชื้อสายไปครองเมืองให้กว้างขวางออกไป แนวเดียวกับให้กรมขุนอินทรพิทักษ์ไปครองเขมร เจ้าพัฒน์รับตั้งไว้เป็นนางเมือง มิได้เป็นภรรยาเป็นเรื่องเล่ากระซิบกันอย่างเปิดเผย บุตรติดครรภ์เป็นชายชื่อ น้อย เป็นเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช มีอำนาจวาสนากว่าเจ้านครทุกคน”

ครั้นเจริญวัยขึ้นเจ้าพระยานคร(พัฒน์)ได้นำเข้าเฝ้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และได้เป็นนายสรรพวิไชย มหาดเล็กหุ้มแพร ปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิดเบื้องยุคลบาทจนเป็นที่โปรดปราน พระราชทานบรรดาศักดิ์เลื่อนขึ้นเป็นพระบริรักษ์ภูเบศร์ ตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช โปรดเกล้าให้กลับไปปฏิบัติราชการ ณ เมืองนครศรีธรรมราชตามพระบรมราโชบายสืบไปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ มีลายพระหัตถเลขาเรียกชื่อเจ้าพระยานคร (น้อย)ตอนนี้ว่า “น้อยคืนเมือง”

ต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์และตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้นเป็นพระยานครศรีธรรมราช และเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราชฯ ผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราชตามลำดับ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ได้ทรงให้ความสนิทสนมกับครอบครัวของท่าน
โดยทรงเรียกท่านผู้หญิงอินภรรยาของท่านว่า “พี่อิน” เสมอมา อ่านต่อ

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมทราย

ส.ค.
28

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมทราย เป็นศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลนและทรัพยากรชายฝั่งทะเลเฉลิมพระเกียรติฯ ท้องที่ บ้านแหลมทราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์

ลักษณะ เป็นศูนย์เรียนรู้และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ความโดดเด่นของทรัพยากรท่องเที่ยว เป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีอยู่ดั้งเดิม มีพันธ์ไม้ขนาดใหญ่ จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งศูนย์ฯ เกิดจากความต้องการของชุมชน อ่านต่อ

สวนขวัญเมือง

ส.ค.
28

สวนขวัญเมือง เป็นสวนสาธารณะกลางขนาดใหญ่ที่เป็นเสมือนศูนย์กลางการพักผ่อนของชาวยะลา ประกอบด้วยทะเลสาบจำลองตกแต่งทัศนียภาพของชายทะเล โขดหิน ทิวสนและหาดทราย

มีอาณาเขตที่กว้างขวางและประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลายอาทิ สนามเด็กเล่น สนามแสดงนกเขาชวาในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งอยู่ใจกลางกับตัวเมือง

สวนขวัญเมือง (พรุบาโกย) ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล 1 ในเขตเทศบางเมืองยะลา ห่างจากศาลหลักเมืองยะลาประมาณ 300 เมตร เป็นสวนสาธารณะของเทศบาลเมืองยะลา พื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 207 ไร่ อ่านต่อ

หาดแม่หาด

ส.ค.
28

หาดแม่หาด อยู่ทางทิศเหนือด้านตะวันตกของเกาะพะงัน ทิวทัศน์หน้าหาดสวย หาดทรายขาว ทรายนุ่ม มีเกาะม้าซึ่งเป็นแหล่งปะการังอยู่ใกล้ๆ มีสันทรายเชื่อมระหว่างหาดแม่หาดไปยังเกาะม้า เวลาน้ำลงเดินข้ามไปได้

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมากแห่งหนึ่งของเกาะพะงัน
หาดแม่หาด มีหาดทรายยาวราว 800 เมตร หน้าหาดกว้าง น้ำทะเลใส ทรายละเอียดขาวนุ่มแซมด้วยก้อนหินกลมมน ชายหาดมีรีสอร์ทให้บริการอยู่หลายแห่ง

ทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม ร่มครึ้มด้วยทิวมะพร้าวและป่าธรรมชาติ หน้าหาดเห็นเกาะม้าและสันทรายขาวที่เชื่อมต่อระหว่างกันบางคนเรียกสันทรายตรงนี้ว่าทะเลแหวกแห่งเกาะพะงัน ยามเย็นดูอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้อย่างสวยงาม

กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี้โปรดปรานคือการดำน้ำดูปะการังเพราะมีแหล่งปะการังสวยๆอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่เกาะม้าซึ่งเป็นจุดดำน้ำตื้นชมปะการัง ที่สวยที่สุดของเกาะพะงัน อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติศรีพังงา

ส.ค.
28

อุทยานแห่งชาติศรีพังงา มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอคุระบุรี และอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติ 1 ในจำนวน 5 แห่ง ของโครงการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2530 มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์และสวยงามตามธรรมชาติ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ มีสัตว์ป่าชุกชุม และธรรมชาติที่สวยงาม เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 56 ของประเทศ

อุทยานแห่งชาติศรีพังงา มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอคุระบุรี และอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติ 1 ในจำนวน 5 แห่ง ของโครงการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2530

ซึ่งมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์และสวยงามตามธรรมชาติ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ มีสัตว์ป่าชุกชุม และจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก หน้าผา อุทยานแห่งชาติศรีพังงา มีเนื้อที่ประมาณ 153,800 ไร่ หรือ 246.08 ตารางกิโลเมตร

ในต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2529 ราษฎรอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ได้เสนอผ่าน นายบรม ตันเถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ทางราชการจัดตั้งพื้นที่บริเวณน้ำตกตำหนัง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

เป็นอุทยานแห่งชาติ เพื่อปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและอนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งต้นน้ำ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ 2/2529 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2529 พิจารณาจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งพื้นที่ป่าบริเวณน้ำตกตำหนัง เป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ

เดือนพฤษภาคม 2529 กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้มีคำสั่งที่ 877/2529 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2529 ให้ นายธวัช ไชยพัฒน์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 4 ไปดำเนินการสำรวจและจัดตั้งพื้นที่บริเวณป่าน้ำตกตำหนังเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติศรีพังงา” จากรายงานการสำรวจตามหนังสือ ที่ กษ 0713 (ศง)/32 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2529 บริเวณดังกล่าวมีสภาพป่าสมบูรณ์ มีทิวทัศน์และจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม กองอุทยานแห่งชาติ อ่านต่อ

สำนักสงฆ์ธารน้ำร้อน

ส.ค.
28

สำนักสงฆ์ธารน้ำร้อน สภาพเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ มีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซนเซียส สภาพน้ำเป็นน้ำที่มีเกลือแร่เจือปน มีรสเค็มเล็กน้อย แต่ไม่มีกลิ่นแร่กำมะถัน เหมาะแก่การใช้อาบ ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงมีความเชื่อว่า

สามารถรักษาโรคอัมพาตได้ สถานที่แรกมีบ่อน้ำร้อนหรือน้ำแร่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ตั้งอยู่ภายในสำนักสงฆ์ธารน้ำร้อน พื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบเป็นป่าชายเลนเสื่อมโทรม อ่านต่อ