ท่องเที่ยวทั่วโลก

เที่ยวปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ต.ค.
24

เที่ยวปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ปราสาทโอซาก้านับว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองโอซาก้าเลยก็ว่าได้ค่ะ ใครมาถึงโอซาก้าแล้วห้ามพลาดเด็ดขาดเลย ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสง่างาม และยังได้รับการยกย่องให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญโดยรัฐบาลญี่ปุ่นอีกด้วยนะคะ

ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1583 โดยท่านไดเมียว โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ (Toyotomi Hideyoshi) ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่โตอลังการที่สุดของญี่ปุ่นในขณะนั้นเลยค่ะ แต่หลังจากที่ท่านโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิเสียชีวิตลงไม่กี่ปี ปราสาทได้ถูกโจมตีและทำลายโดยทหารของโทะกุงะวะ (Tokugawa) ต่อมาก็ถูกฟ้าผ่าและไฟไหม้อีก ทำให้ต้องมีการซ่อมแซมกันอยู่หลายครั้ง จนในปี 1931 ก็ได้มีการบูรณะกันครั้งใหญ่ โดยซ่อมแซมทั้งภายในและภายนอกให้ทันสมัยและแข็งแรงมากขึ้น ตัวปราสาทถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินคอนกรีตสูงถึง 30 เมตร โดยใช้หินทีละก้อนมาวางต่อกันอย่างแน่นหนาและแข็งแรงมากกก ก้อนที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีน้ำหนักมากถึง 130 ตันเลยทีเดียวค่า

หอคอยปราสาทจะมีทั้งหมด 8 ชั้น ปัจจุบันได้เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของปราสาทและเรื่องราวของท่านไดเมียว โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ และยังได้รวบรวมของสะสมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์กว่า 10,000 ชิ้น เช่น เครื่องแต่งกายโบราณ อาวุธ เกราะ ดาบที่ใช้ในสงคราม และภาพวาดของท่านโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ เป็นต้นค่ะ แถมยังมีมุมให้นักท่องเที่ยวได้แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นซามูไรและใส่กิโมโนถ่ายรูปเก๋ๆ ในราคา 300 เยน หรือจะขึ้นลิฟต์ไปชมวิวและทัศนียภาพของเมืองโอซาก้าแบบ 360 องศาบนชั้น 8 แทงบอลได้อีกด้วยค่า

ตื่นตาตื่นใจกับภายในปราสาทแล้ว ภายนอกก็เด็ดไม่แพ้กันนะคะ รอบๆ ล้อมรอบด้วยคูน้ำและสวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Garden) บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย มีต้นซากุระกว่า 600 ต้น โดยมีปราสาทเป็นฉากอยู่ด้านหลัง เป็นภาพที่สวยงามสุดๆ จัดเป็นสถานที่ชมซากุระที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ

เที่ยวปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) เชื่อว่าที่นี่ต้องเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของใครหลายๆ คนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นแน่นอนเลยใช่ม้าา? อาณาจักรของคนรักหนังฮอลลิวู้ดหนึ่งเดียวในญี่ปุ่น! สาวกแฮร์รี่พอตเตอร์ห้ามพลาด และเป็นสวนสนุกแห่งแรกของยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ที่เปิดในเอเชีย เปิดขึ้นเมื่อปี 2001 มีนักท่องเที่ยวมาเยอะมาก ยิ่งวันเสาร์อาทิตย์ต้องใช้คำว่าล้นหลามกันเลยทีเดียวค่า

ภายในสวนสนุกมีกิจกรรมมากมาย โดยจะมีโซนต่างๆ ทั้งหมด 8 โซน ขอบอกว่ามันส์ทุกโซนจ้า ไม่ว่าจะเป็น Amity Village ล่องเรือออกสู่ท้องทะเลไปพร้อมกัปตัน โดยจำลองมาจากภาพยนตร์เรื่อง Jaws ระหว่างทางจะปะทะกับฉลามตัวใหญ่พร้อมเอฟเฟคแบบจัดเต็ม! และการแสดงจำลองฉากจากภาพยนตร์เรื่อง Water World เป็นการแสดงฉากการต่อสู้อันดุเดือดสุดเร้าใจบนผิวน้ำ และการผจญภัยผ่านเทคนิคภาพ 4K 3D  พร้อมด้วยสเปเชี่ยลเอฟเฟคที่ทั้งภาพ แสง สี เสียงสมจริงมากๆ เหมือนว่าเรากำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ เลยค่ะ

ต่อด้วยรถไฟเหาะสุดมันส์อย่าง Flying Dinosaurs บนความสูง 46 เมตร ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง! โดยเราจะถูกล็อคกับเก้าอี้แบบคว่ำหน้าลงพื้น เหมือนกับถูกไดโนเสาร์มีปีกจับตัวเราบินขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหมุนติ้วๆ ตีลังกาลงมา พร้อมโฉบลงน้ำ ตู้มมมม! เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ยังมีรถไฟเหาะแบบถอยหลังที่จะทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังหงายหลังหล่นลงจากที่สูงกว่า 43 เมตร งานนี้ขาไม่สั่น ใจไม่เต้น ufabetไม่ได้กลับบ้านนะคะ

หลังจากที่ใจหายใจคว่ำกันมาแล้วยังมีโซนสำหรับเด็กๆ ที่จะได้เพลิดเพลินไปกับความน่ารักของเหล่าตัวการ์ตูนอย่าง Hello Kitty, Sesame Street และ Snoopy พร้อมเครื่องเล่นสนุกๆ และมาสคอตสุดน่ารักเดินให้ถ่ายรูปกันอยู่ทั่วทั้งโซน

และโซนเด็ดที่ใครไม่ได้มาสัมผัสถือว่าพลาดมากกก ก.ไก่ล้านตัว นั่นก็คือ The Wizarding World of Harry Potter ดินแดนเวทมนตร์ที่จำลองมาจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Harry Potter นั่นเองค่า ทั้งบรรยากาศและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เหมือนเราได้หลุดเข้าไปหนังเลยค่ะ >,< เมื่อเข้าไปก็จะเห็นปราสาทฮอกวอตส์อันยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ รอบๆ มีร้านค้าที่ขายของวิเศษ ร้านขนมจากในหนัง และร้านขายของที่ระลึกอีกมากมาย และยังมีเครื่องเล่นอย่าง Harry Potter and Forbidden Journey เป็นเครื่องเล่นรูปแบบ 4K 3D ที่จะพาเราขี่ไม้กวาดผจญภัยไปในฉากอันแสนตื่นเต้นกับแฮร์รี่ ไม่ว่าจะเป็นในป่าต้องห้ามหรือไล่ล่ามังกรในสนามควิตดิช

ยอดดอยเวียงผา

ต.ค.
17

ยอดดอยเวียงผา ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 364,375 ไร่ หรือ 583 ตารางกิโลเมตร จัดตั้งขึ้นตามนโยบายป่าแห่งชาติ ที่ต้องสงวนพื้นที่อนุรักษ์ ให้ร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง , ป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย

ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2532 กำหนดให้ปี พ.ศ. 2532-2535 เป็นปีแห่งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนอุทยานแห่งชาติ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ของส่วนอุทยานฯ มาสำรวจและจัดตั้งให้ดอยเวียงผาเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มนำแม่ฝางท้องที่ต.ศรีดงเย็น ต.แม่ทะลบ อ.ไชยปราการ ท้องที่ต.แม่ข่า ต.แม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย ท้องที่ต.ป่าแดด ต.ศรีถ้อย ต.ท่าก๊อ จ.เชียงราย โดยใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา”

เป็นยอดดอยสูง 1820 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีกุหลาบพันปี และมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี

เขาช่องกระจก

ต.ค.
15

เขาช่องกระจก เป็นภูเขาขนาดย่อมสูง 245 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ริมอ่าวประจวบฯในบริเวณวัดธรรมิการามวรวิหาร ยอดเขามีช่องทะลุโปร่งคล้ายกรอบกระจก ทางขึ้นเป็นบันไดคอนกรีต จำนวน 396 ขั้น

และบนเขาช่องกระจกยังเป็นที่ตั้งของ วัดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาทรงประกอบพิธีบรรจุเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2501 พร้อมทั้ง ทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำมาจากพุทธคยา

เขาช่องกระจกแห่งนี้คือสัญลักษณ์ของเมืองประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเต็มไปด้วยความพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวเมืองประจวบคีรีขันธ์ที่ดีทีสุดอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งการเดินสู่เขาช่องกระจกนั้นจะมีบันไดคอนกรีต 396 ขั้น และระหว่างทางยังได้ทักทายลิงเสน ที่มักออกมาทำท่าซุกซนหยอกล้อกับนักท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ

เป็นเขาลูกเล็กๆ ตั้งอยู่ริมอ่าวประจวบฯ ซึ่งเป็นจุดชมวิว 360 องศาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพประจวบคีรีขันธ์ และสามารถมองเห็นทะเลทั้ง 3 อ่าว คือ อ่าวน้อย อ่าวมะนาว อ่าวประจวบ

ตลาดโต้รุ่งหัวหิน

ต.ค.
15

ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ตั้งอยู่บนถนนเดชานุชิต (ซอยหัวหิน 72) จากช่วงเวลากลางวันที่เคยเป็นเส้นทางสัญจรไปมาของผู้คน พอยามเย็นแดดร่มลมตกเมื่อไหร่ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็จะเข็นรถ มาตั้งโต๊ะ ตั้งเก้าอี้ จัดแผงขายสินค้า และจะคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย

ซึ่งเดิมที่ตลาดโต้รุ่งหัวหินแห่งนี้ เคยเป็นตลาดที่จำหน่ายอาหารหลากหลาย และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ซึ่งคนหัวหินก็มักจะมาเดินเที่ยวเล่น หาของกินทั้งแบบคาวและหวานกันที่นี่

เริ่มแรกในการจัดตลาดเป็นส่วนการขายอาการและเสื้อผ้าแบบตลาดคนเดินกลางคืน โดยใช้พื้นที่ของถนนเพียง 100-300 เมตรบริเวณช่วงต่อเชื่อมตลาดหลังจากนั้นจึงย้ายลงมาในถนนและเริ่มการจัดสรรพื้นที่ โดยในปี 2540 เริ่มขยายตลาดออกไปยังตลาดบนและเริ่มการจัดตลาดโดยเทศกิจ ทำให้มีร้านค้าเพิ่มขึ้นมากมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นของกินเล่น ขนมขบเคี้ยวและร้านอาหารทะเลตามสั่ง ของที่ระลึก เสื้อผ้าเป็นส่วนใหญ่

ตลาดโต้รุ่งหัวหิน นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแรกๆ ของเมืองหัวหิน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ที่่คนมาหัวหินต้องนึกถึง และมาเที่ยวกัน เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและอยู่คู่หัวหินมายาวนาน เป็นที่รู้จักดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติและเป็นแหล่งรวมอาหารนานาชาติ

วัดนิเวศธรรมประวัติ

ต.ค.
15

วัดนิเวศธรรมประวัติ ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้คนละฝั่งกับพระราชวัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่ง เมื่อ พ.ศ.2421 ด้านหน้าพระประธานจะเห็นภาพประดิษฐ์กระจกสีเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ด้านขวามือของพระอุโบสถนั่นมีหอแห่งหนึ่ง คือ หอประดิษฐานพระคันธารราษฎร์ เป็นกอประดิษฐานพระพุทธศิลาเก่าแก่ปางนาคปรก อันเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรีฝีมือช่างขอมอายุเก่าแก่นับพันปี นอกจากนี้วัดนิเวศธรรมประวัติยังมีการตกแต่งทำแบบโกธิค มีกระจกสีประดับอย่างสวยงามภายในเป็นแบบฝรั่ง แม้แต่ฐานที่ประดิษฐานพระประทานคือ พระพุทธนฤมลธรรโมภาสและพระสาวกก็ไม่ได้ทำเป็นฐานชุกชีอย่างในโบสถ์ทั่วไป แต่ทำเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์คริสต์ช่องหน้าต่างที่เจาะ ไว้ก็เป็นหน้าต่างโค้ง ที่ฝาผนังโบสถ์

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน ใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมกอทิกเลียนแบบโบสถ์คริสต์

การเดินทางไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ ราชวรวิหาร

การเดินทางมายังวัดนิเวศธรรมประวัตินั้น สามารถทำได้หลายทาง เช่น การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้มาตามถนนพหลโยธิน เมื่อถึงประตูน้ำพระอินทร์ ให้ข้ามสะพานวงแหวนรอบนอก หลังจากนั้น ให้เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 สู่ทางหลวงหมายเลข 308 อีกประมาณ 7 กิโลเมตรก็จะถึงพระราชวังบางปะอิน ให้สังเกตว่าที่จอดรถวัดนิเวศธรรมประวัติจะอยู่ติดกับที่จอดรถของพระราชวังบางปะอิน เมื่อจอดรถแล้วสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ

การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ถ้ามาจากกรุงเทพฯ สถานีขนส่งสายเหนือ นั่งรถสายกรุงเทพฯ-บางปะอิน มาลงที่บขส.บางปะอิน (สุดสาย) จากนั้นนั่งรถสามล้อเครื่องไปลงบริเวณที่จอดรถวัดนิเวศธรรมประวัติ แล้วขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ

นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางโดยรถไฟ มาลงที่สถานีรถไฟอำเภอบางปะอิน หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง มาลงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วต่อรถโดยสารไปลงบริเวณที่จอดรถวัดนิเวศธรรมประวัติแล้วสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ

วนอุทยานควนเขาวัง

ต.ค.
14

วนอุทยานควนเขาวัง ก่อตั้งเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2538 ได้ปราศให้มีพื้นที่ทั้งหมด 2,037 ไร่ สถานที่ก่อตั้งอยู่ ม.1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 ควนเขาวัง

มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ มีทิวทัศน์ร่มรื่นและเป็นบริเวณที่การคมนาคมสะดวก อยู่ใกล้กับหน่วยงานของกรมป่าไม้หลายแห่ง เช่น สวนป่าเขาวัง น้ำตกโตนงาช้าง จึงเหมาะที่จะเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจหรือศึกษาหาความรู้ตามธรรมชาติ
รองรับกิจกรรมค่ายพักแรมของลูกเสือ-เนตรนารี เนื่องจากเป็นป่าที่อยู่ใกล้เมืองหาดใหญ่ การคมนาคมสะดวก สถานที่เหมาะต่อการักผ่อนหย่อนใจ ศึกษาหาความรู้ โดยเฉพาะสำหรับผู้สนใจด้านพันธุ์ไม้ ผีเสื้อ และนก

น้ำตกเจ็ดคต

ต.ค.
14

น้ำตกเจ็ดคต อยู่ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป้งก้อนเสา กลุ่มน้ำตกเจ็ดคตนี้ อยู่ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป้งก้อนเสา แก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นอาณาเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมีน้ำตกเล็ก-ใหญ่ซ่อนตัวอยู่ในอณาบริเวณนี้มากมาย

จุดนี้จึงเป็นอีกที่หนึ่งที่จะระบายคนที่จะไปเขาใหญ่ด้านปากช่องมาที่นี้บาง เพราะลักษณะของกิจกรรมเดินป่า เส้นทางน้ำตกเจ็ดคต จะคล้ายๆ กับเดินป่าเส้นทางผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัต

คือจะเดินเป็นวง ผ่านน้ำตกหลายน้ำตกแล้วกลับมาที่จุดพักแรม จากที่ทำการฯ เดินเข้าไปชมน้ำตกอีกประมาณ 1.2 กิโล ก็ถึงตัวน้ำตก

น้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากลำห้วยเจ็ดคต เริ่มจากน้ำตกเจ็ดคตเหนือ ถัดลงไปทางตอนใต้จะเป็นน้ำตกเจ็ดคตกลาง น้ำตกเจ็ดคตใต้ และน้ำตกเจ็ดคตใหญ่ ตามลำดับ การเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกใช้วิธีเดินเท้า

พิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย

ต.ค.
14

พิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย หรือศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังเก่า ตั้งอยู่ ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2443 ในสมัยของพระพลอาษาเป็นข้าหลวงเมืองเชียงราย ออกแบบและก่อสร้างโดยนายแพทย์วิลเลี่ยม เอ.บริกส์ แพทย์ชาวอเมริกันในนามคณะมิชชั่นนารี อเมริกันเพรสไบทีเรียน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ต่อมาในปีพุทธศักราช 2512 นายชูสง่า ไชยพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในสมัยนั้น เห็นว่าอาคารศาลากลางมีความคับแคบ จึงได้ย้ายศูนย์ราชการมาที่อาคารศาลากลางหลังใหม่
วันที่ 9 พฤษภาคม 2538 อาคารศาลากลางถูกใช้เป็นที่ทำการหอวัฒนธรรมนิทัศน์เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
วันที่ 13 มีนาคม 2561 อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดให้บริการเป็นพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย จัดแสดงภาพถ่ายวิถีชีวิตชาวบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์ และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านในจังหวัดเชียงราย

พิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย เป็นอาคารหลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2520 รูปแบบอาคาร เป็นทรงยุโรปแบบโคโรเนียล ก่ออิฐถือปูน 3 ชั้น ด้านหน้าเป็นรูปโค้ง มีโถงทางเดินเชื่อมกันตลอด จุดเด่นของอาคารศาลากลางเชียงรายเป็นโครงสร้างกำแพงรับน้ำหนัก (Wall Bearing) สังเกตได้จากการก่อสร้างผนังซึ่งมีความหนาถึง 50 เซนติเมตร ไม่ใช้เสา และคานคอนกรีตเสริมเหล็ก เหมือนการสร้างโบสถ์วิหารในอดีตฐานรากใช้ซุงเป็นฐานรับน้ำหนักอาคาร โดยทำเป็นแพ ส่วนโครงสร้างคาน พื้น เป็นไม้สักทองทั้งหลัง หลังคาทรงปันหยามุงกระเบื้องซีเมนต์ ส่วนประกอบทั่วไปของอาคาร หน้าต่างประตู 2 ชั้น ด้านนอกสุดเป็นบานเกร็ดไม้ชนิดเปิดได้ ประตูทำจากไม้สักแบบบานเปิดคู่ ทุกห้องมีช่องแสงเหนือประตู กระจกฝ้า

เป็นอาคารสำหรับแสดงภาพเก่าของจังหวัดเชียงราย
และมีสื่อวีดีทัศน์ประกอบ แบ่งเป็น 3 ชั้น
ชั้นที่ 1 จัดแสดงภาพเจ้านายฝ่ายเหนือ ชาวบ้าน ชาวเขา ภาพวิถีชีวิต ภาพดนตรี อาหาร และเงินตราสมัยล้านนา
ชั้นที่ 2 จัดแสดงภาพเชียงรายในอดีต ภาพล้านนา
ชั้นที่ 3 จัดแสดงภาพสมัยรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนเชียงราย โถงทางเดินประดับด้วยโคมล้านนาอย่างสวยงาม ตระการตา

วัดพันอ้น

ต.ค.
13

วัดพันอ้น เจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม มีซุ้มพระทั้ง 4 ด้าน ได้รับการบูรณะหลายครั้ง อยู่ในสภาพดีพอสมควรซึ่งเป็นเจดีย์ที่ไม่มีชื่อ แต่ส่วนมากจะเรียกตามชื่อของวัดคือ เจดีย์วัดพันอ้น ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่ สร้างขึ้นมาพร้อมกับสร้างวัด

อุโบสถ เป็นอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยปัจจุบัน เป็นอาคาร 2 ชั้น มีลักษณะผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนา และศิลปะภาคกลาง ซุ้มหน้าต่างเป็นศิลปะที่สวยงามมีการตกแต่งอย่างประณีตสวยงาม ภาพวาดบนฝาผนังทั้ง 2 ด้าน เป็นรูปภาพสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ทั้งในประเทศอินเดียวและเนปาล

ผู้สร้างเป็นทหาร หรือขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์เป็น “พัน” และท่านผู้สร้างมีชื่อว่า “อ้น” ชื่อวัดจึงออกมาเป็น “วัดพันอ้น” ตามบรรดาศักดิ์และชื่อของท่าน และตามข้อมูลก็กล่าวว่าวัดในเมืองเชียงใหม่นิยมใช้ชื่อผู้สร้างวัดเป็นชื่อของวัดด้วยค่ะวัดพันอ้นสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2044 ในรัชสมัยของพระเจ้าศิริธรรมจักรพรรดิราช (พญาแก้วหรือพระเมืองแก้ว) กษัตริย์ล้านนาองค์ที่ 13 ในสมัยที่ล้านนาไทยยังเป็นอิสระอยู่ในราชวงค์มังรายมหาราช ซึ่งเสวยราชย์ สมบัติปี พ.ศ. 2038 – ปี พ.ศ. 2068 เป็นเวลา 30 ปี)ซึ่งตรงกับแผ่นดินกรุงศรีอยุธยายุคที่ 2 ในแผ่นดินของสมเด็จพระรามาธิปดีที่ 2 (ราชวงศ์สุพรรณภูมิ) ซึ่งเสวยราชปี พ.ศ. 2034 – พ.ศ. 2072 (เป็น ระยะเวลา 38 ปี)บริเวณที่ตั้งวัดพันอ้นนั้นแต่เดิมนั้นมีวัดอยู่ 2 วัดคือวัดพันอ้น และมีวัดข้างเคียงวัดหนึ่งชื่อว่า วัดเจดีย์ควัน ซึ่งเป็นวัดเล็กๆ อยู่ทางทิศตะวันตกของวัดพันอ้นต่อมาทั้งสองวัดได้รวมเป็นวัดเดียวกันคือ วัดเจดีย์ควันพันอ้น แต่คนทั่วไปมักจะเรียกง่าย ๆ ว่า วัดพันอ้นจนถึงปี พ.ศ. 2474 ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินและสมัยเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 9 (องค์สุดท้าย) คณะสงฆ์สมัยนั้น คือหลวงพ่อพระอภัยสารทะ วัดทุงยู เป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ได้พิจารณาเห็นว่า วัดพันอ้นเป็นศูนย์กลางเหมาะสมที่จะตั้งเป็นสำนักเรียนประจำจังหวัดเชียงใหม่ แต่พื้นที่ไม่กว้างขวางและค่อนข้างคับแคบ จึงได้ขยายบริเวณวัดออกไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ของวัดเจดีย์ควันซึ่งตอนนั้นเป็นวัดร้าง ส่วนเจดีย์ควัน ปัจจุบันนี้สภาพของเจดีย์ไม่ปรากฏให้เห็น เพราะในปี พ.ศ. 2498 หลวงพ่อพระครูศรีปริยัตยานุรักษ์ ได้รื้อเจดีย์ออกแล้วสร้างศาลาการเปรียญแทนซึ่งปัจจุบันปรากฏให้เห็นเพียงหลุม เจดีย์เท่านั้น

ซีนิคอลเวิลด์ เขาใหญ่

ต.ค.
13

ซีนิคอลเวิลด์ เขาใหญ่ (SCENICAL WORLD KHAO YAI) เป็นแหล่งบันเทิงในสไตล์แอดเวนเจอร์ครบวงจร ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมเครื่องเล่นระดับโลก แต่ละชนิดสั่งตรงมาจากทวีปอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอีกหลายประเทศ อีกทั้งยังรวมเอาทั้งสวนสนุกและสวนน้ำเข้าไว้ด้วยกัน ในบรรยากาศท่ามกลางขุนเขา

บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 86 ไร่ ภายในอัดแน่นด้วยเครื่องเล่น โดยรวมเครื่องเล่นมากกว่า 40 ชนิด รวมถึงร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ตั้งอยู่บนถนน ธนะรัชต์ กิโลเมตรที่ 19.5 ทางขึ้นเขาใหญ่นี่เอง แบ่งออกเป็น 4 โซน ด้วยกัน ซีนิคอลเวิลด์ เขาใหญ่

โซนสวนน้ำสแปลช (SPLASH) – เป็นอาณาจักรสวนน้ำขนาดใหญ่ ที่กล้าท้าคุณมาสนุกเร้าใจได้ทุกคนในครอบครัว ทั้งยังสร้างความสนุกสนานเพลิดให้คุณได้ไม่รู้จบ กับสไลด์เดอร์ สระน้ำวน สระคลื่นยักษ์ กว่า 15 ชนิด มีทั้งสไลเดอร์เดี่ยว, คู่ และกลุ่ม และมีเครื่องเล่นหลายอย่างที่เป็นไฮไลต์ เช่น Splash Coaster สไลด์เดอร์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยยาวถึง 195 เมตร โซนสวนน้ำสแปลชอุดมไปด้วยร่มเงาของพันธุ์ไม้นานาชนิด จึงเป็นที่สุดของความชุ่มฉ่ำกับสวนน้ำระดับเวิลด์คลาสแห่งแรกในบรรยากาศขุนเขาธรรมชาติ

โซนสวนสนุกเอ็กไซด์ (EXCITE) สวนสนุกกลางแจ้ง ที่เรียกได้ว่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง เพราะนอกจากอยู่ห่างจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่แล้ว ยังล้อมรอบไปด้วยหุบเขาให้คุณชมวิวมุมสูงได้ 360 องศา พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด มาพร้อมกับเครื่องเล่น กว่า 20 ชนิด ที่สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

เรียกได้ว่ามีตั้งแต่เครื่องเล่นสำหรับเด็กจนถึงเครื่องเล่นที่น่าหวาดเสียวจนเกือบหยุดหายใจเลยทีเดียว และเครื่องเล่นแต่ละอย่างก็การรับรองความปลอดภัย นอกจากนั้นแล้วยังมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีกฎระเบียบการดูแลอย่างชัดเจน

โซนสวนสนุกคิดส์ (KIDS) สวนสนุกสำหรับเด็ก รวมเครื่องเล่นหรรษาที่สนุกกันได้ทั้งครอบครัว กว่า 7 ชนิด มีเครื่องเล่นน่ารักๆ เอาใจคุณหนูๆ วัยซน รับรองว่าเด็กๆ น่าจะสนุกสนานได้เต็มที่ และที่สำคัญเครื่องเล่นทุกชนิดอยู่ภายใต้การดูแลรักษาความปลอดภัยที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล

โซนช็อปปิ้งมอลล์ (MALL) ไลฟ์สไตล์มอลล์ ที่ได้รับที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนียในยุคตื่นทอง เพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบมิดเวสต์ ซิตี้ สวรรค์แห่งการช้อปปิ้งและกิจกรรมไลฟ์สไตล์แห่งนี้จะ เต็มไปด้วยร้านค้าชื่อดังในแวดวงแฟชั่น ร้านค้าแฟชั่น และร้านอาหารสไตล์ ไลฟ์ฟู้ด ทั้ง Paul Frank, Rip Curl, Pena House, 71 Export และ True Coffee เป็นต้น