ท่องเที่ยวทั่วโลก

5 ฟิล์มติดรถยนต์ ณ เวลานี้

ธ.ค.
22

5 ฟิล์มติดรถยนต์ ณ เวลานี้ โดยปกติแล้ว ฟิล์มที่ดีควรมีคุณสมบัติการกรองแสงที่ดี จะต้องสามารถป้องกันรังสี UV และลดปริมาณความร้อนสะสมภายในตัวรถให้ได้มากที่สุด จะต้องสามารถรักษาทัศนวิสัยการขับขี่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน (การสะท้อนแสงต่ำ) พูดง่ายๆ ก็คือ ตัวฟิล์มต้องไม่เข้ม-ไม่มืด จนกระทั่งทำให้ขับรถตอนกลางคืนยากลำบาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสำหรับผู้ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ มาดู 5 ฟิล์มติดรถยนต์ ณ เวลานี้

1. ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ (Dyed Window Tint)

ฟิล์มประเภทนี้ จะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ฟิล์มกรองแสงแบบย้อมสี’ สามารถกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้มีความเข้มที่น้อยลง และสามารถสะท้อนรังสีได้บางส่วนเท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถลดปริมาณความร้อนสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นแล้ว ฟิล์มกรองแสงประเภทนี้ ยังไม่สามารถลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้ดีเท่าที่ควร อีกทั้งมีอายุการใช้งานที่สั้นเมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มประเภทอื่นๆ ทำให้ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ ไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

 

2. ฟิล์มลดความร้อนประเภทไอโลหะ (Metalized Window Tint)

ฟิล์มความร้อนประเภทไอโลหะหรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า ‘ฟิล์มปรอท’ โดยตัวฟิล์มจะมีการเคลือบผิวด้วยไอโลหะต่างๆ ทำให้มีความมันวาวเมื่อมองจากด้านนอก ฟิล์มประเภทนี้มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าฟิล์มกรองแสงแบบปกติโดยจุดเด่นของฟิล์มประเภทนี้ คือการ ‘สะท้อน’ รังสีความร้อน นอกจากนั้นแล้ว ยังสามารถลดปริมาณความร้อนสะสมภายในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการลดแสงสะท้อนจากภายนอก ช่วยทำให้สบายตาขณะขับขี่ในตอนกลางวันที่มีแดดจัด แต่ยังมีข้อเสียในเรื่องของการส่งผ่านสัญญาณดิจิตอลที่ไม่ค่อยจะดีนัก ทำให้เกิดปัญหาการรับ-ส่งสัญญาณ GPS และ Easy Pass อยู่บ่อยครั้ง

3. ฟิล์มประเภทคาร์บอน (Carbon Window Tint)

ฟิล์มประเภทคาร์บอน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘นาโนคาร์บอน’ จะเป็นการนำเอาโมเลกุลคาร์บอนมาผสมไว้ในเนื้อฟิล์ม โดยมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกันกับฟิล์มประเภทเคลือบโลหะ (หรือฟิล์มปรอท) นั่นก็คือการสะท้อนและลดความเข้มของรังสีต่างๆ เพื่อป้องกันความร้อนที่จะเข้ามายังห้องโดยสาร

เนื่องจากมีฟิล์มประเภทนี้ มีการนำเอาคาร์บอนมาเคลือบที่ชั้นฟิล์ม ทำให้ฟิล์มคาร์บอนจะมีความเข้มที่มากกว่าปกติเมื่อมองจากภายนอก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเดินทาง แต่ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูมืด แต่เมื่อมองจากห้องโดยสารนั้น จะยังคงใสแจ๋วและชัดเจน ทำให้มีทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีเยี่ยมทั้งกลางวันและกลางคืน

4. ฟิล์มเซรามิค (Ceramic Window Tint)

ฟิล์มกรองแสงเซรามิค หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘นาโนเซรามิค’ เป็นการนำเอาอนุภาคขนาดจิ๋วของเซรามิคมาเคลือบเป็นชั้นฟิล์ม เมื่อมองจากภายนอกแล้ว จะมีความสว่างใส ทำให้รถดูสะอาดตา และยังสามารถป้องกันรังสี UV ได้มากถึง 99% อีกทั้งยังช่วยป้องกันรังสีความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (เมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มนาโนคาร์บอนที่มีความเข้มเท่ากันแล้ว ฟิล์มทั้งสองประเภทจะสามารถป้องกันความร้อนได้ใกล้เคียงกัน)

5. ฟิล์มคาร์บอน-เซรามิค (Carbon-Ceramic Window Tint)

นอกจากนั้นแล้ว ในปัจจุบันนี้ ยังมีฟิล์มประเภทคาร์บอน-เซรามิค ฟิล์มประเภทนี้ เป็นลูกผสมระหว่างฟิล์มคาร์บอนและฟิล์มเซรามิค โดยเป็นการดึงเอาจุดเด่นของฟิล์มทั้งสองประเภทมารวมไว้ด้วยกัน เมื่อมองจากภายนอกตัวฟิล์มจะไม่สว่างเท่ากับฟิล์มนาโน และด้วยความมืดที่เพิ่มเข้ามา จะช่วยลดโอกาสการโจรกรรมทรัพย์สินที่มีค่าภายในรถ นอกจากนั้นแล้ว การเพิ่มส่วนผสมของคาร์บอน ยังช่วยลดการสะท้อนของแสงจากภายนอกขณะที่ขับขี่กลางแดดจ้าอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *