ท่องเที่ยวทั่วโลก

ชุมชนท่องเที่ยวบ้านบากันเคย

พ.ย.
25

ชุมชนท่องเที่ยวบ้านบากันเคย รีสอร์มชุมชนบ้านบากันเคยหมู่ที่ 3 ตำบลตันหยงโปอำเภอเมือง จังหวัดสตูล สัมผัสบ้านพักเรียบง่ายริมทะเลแบบวิถีชีวิตดั้งเดิมนอกจากนี้ที่นี่ยังมีธนาคารกั้งแห่งแรก และแห่งเดียวของโลกก็ว่าได้จุดเริ่มต้นจากการรวมตัวของชาวบ้านเพื่อระดมความคิดในการจัดการทรัพยากรหน้าบ้าน นั่นก็คือทะเลซึ่งเปรียบเสมือนหม้อข้าวหม้อแกงที่ชุบเลี้ยงชีวิตของชาวชุมชนบ้านบากันเคย ในรูปแบบธนาคารสัตว์น้ำ ตลอดจนประสานความร่วมมือ องค์กร ภาคีต่างๆ ภาครัฐเอกชน องค์กรศึกษา องค์กรชุมชนร่วมจัดสรรจัดการทรัพยากรแบบบูรณาการ

ทะเลแหวก จากตัวเมือง จ.สตูล ผ่าน หมู่บ้านชุมชนตันหยงโป สู่ท่าเทียบเรือบากันเคย เพื่อนั่งเรือหางยาวตั้งอยู่ ณ อ่าวสตูล หมู่บ้านตันหยงโป ใช้เวลา ประมาณ 15 นาที เกาะ หัวมัน ทะเลแหวก โดยเวลาที่น้ำลงนั้น จะเห็นทะเลแหวกถอดยาวไกลข้ามจากอีกเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่ง มีระยะทางถึง 5 กิโลเมตรเลยufa

และพื้นที่แหวกออกมานั้น เป็นชายหาดซากเปลือกหอยที่กองกันถอดยาวไกลตลอดทางเดิน 5 กิโลเมตรล่องเรือสู่เกาะกวาง ประมาณ 10 นาที สัมผัสหาดเปลือกหอยล้านปีเป็นหาดที่เรียกได้ว่าเป็นหาดเปลือกหอยที่มีอายุนานล้านปีก่อนรวมตัวกันเป็นหาดสวรรค์ ชมทัศนียภาพบนจุดชมวิวที่สวยที่สุดกลางเกาะและเดินลัดเลาะ

เดินตามชายหาดซึ่งอยู่กลางทะเลเพราะที่นั่นเปรียบเสมือนทะเลแหวกที่มีหนึ่งเดียวในสตูลที่มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตรซึ่งถูกขนานนามว่า ทางเดินจ้าวสมุทร ดุจดั่งกำลังเดินทางบนเส้นทางหลังมังกรกลางทะเล ทั้งนี้ ที่จุดนี้ยังสามารถ เล่นน้ำดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น ได้อีกด้วย

ล่องเรือต่อไป ประมาณ 10 นาทียังเกาะสามพี่น้อง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปูเลาตีฆอซึ่งเป็นเส้นทางการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล ชมระบบนิเวศชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ อาทิ แนวหญ้าทะเลดอนหอยกาบัง สัมผัสลูกนกทะเลอย่างใกล้ชิด ณ หากเกาะมดแดง ทั้งนี้ป่าชายเลนสองฝั่งคลองยังประกอบไปด้วย ณ คลองอูมอ

เช่น เหยี่ยวทะเล นกกระสานกกุนจง นกกระเต็น ลิงแสม และยังเห็นระหว่างนั่งเรือจะเห็นถึงบรรยากาศของวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวประมงชาย ฝั่งอย่างชัดเจน ตั้งแต่คนกำลังให้อาหารในกระชังปลากะพงคนกำลังสาวอวนจากเรือหางยาว รวมไปถึงเด็กกำลังย่ำกั้ง (จับกั้ง)จนเป็นที่ขึ้นชื่อว่า เป็นมหัศจรรย์ใต้โคลนตม

ชุมชนบากันเคยเป็นชุมชนขนาดเล็กซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลตันหยงโป เป็นตำบลนำร่องพัฒนาเศรษฐกิจ ที่มีลักษณะแหลมยื่นออกไปในทะเลอันดามัน ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดสตูล มีชายทะเลติดกับเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

ชุมชนท่องเที่ยวบ้านบากันเคย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าชายเลน สภาพป่ายังคงความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นั่งเรือศึกษาธรรมชาติชายฝั่งทะเลปละป่าชายเลน ตั้งเต็นท์แค้มปิ้ง ตกปลาชายฝั่ง ในอดีตการเดินทางต้องใช้ทางเรือ

แต่ปัจจุบันการเดินทางสะดวกขึ้นเมื่อมีการตัดถนนผ่านป่าชายเลยระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร และปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นรีสอร์ทชุมชนทีทางด้านการท่องเที่ยว มีบ้านพักและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในนักท่องเที่ยวได้ร่วมลงมือทำหลากหลายกิจกรรมด้วยและและมีการล่องเรือไปเที่ยวชมสันหลังมังกร ตลอดกิจกรรมดำน้ำชมปะการัง

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านบ้านบากันเคย หมู่ที่ 3 ตำบลตันหยงโป อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ผู้อาวุโสในชุมชนเล่าว่ามีโต๊ะหมานจะเกาะฮุ อพยพจากไทรบุรี(รัฐเคดาร์ ประเทศมาเลเซียปัจจุบัน) เป็นต้นตระกูล “มะสมัน” ในปัจจุบัน โต๊ะอาเจะฮุ อพยพมาจากอาเจะฮุ (ปัจจุบันเป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย)

เป็นต้นตระกูล “ยุเหล่” ในปัจจุบัน และโต๊ะสาเระฮุ (บ้างก็เรียกโต๊ะเซฮัด) เป็นผู้คนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ชุมชนบ้านบากันเคยในปัจจุบัน หลังจากนั้นก็มีกลุ่มคนจากเกาะลิบงจังหวัดตรัง เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่บากันเคยเป็นกลุ่มถัดไปและอยู่ร่วมกันมาจนถึงรุ่นลูก รุ่นหลานในปัจจุบัน

สำหรับชื่อหมู่บ้านที่เรียกกันในสมัยนั้น คือ บ้าน”บากัน” ซึ่งเป็นภาษามาลายู แปลว่า “ที่พัก”เป็นพื้นที่พัก ที่หลบฝน หลบพายุของชาวประมง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวกองทัพญี่ปุ่นเคยยกพลขึ้นบกสมัยสงครามโลกที่ 2 ในการทำสงครามกับเมืองไทรบุรีในสมัยนั้น (รัฐเคดาร์ ประเทศมาเลเซียปัจจุบัน) ส่วน ”เคย”

เป็นภาษาไทยถิ่นใต้แปลว่า “กะปิ” ดังนั้น “บากันเคย” จึงหมายถึงที่พักเพื่อทำกะปิ สอดคล้องกับอาชีพของชาวบ้านในสมัยนั้นเพราะชาวบ้านมีอาชีพรุน(จับ) กุ้งเคย (กุ้งตัวเล็ก) เพื่อนำมาทำกะปิ เพราะว่าพื้นที่แถบชุมชนบากันเคยสมัยนั้นมีกุ้งเคยเป็นจำนวนมาก จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บากันเคย” มาจนปัจจุบัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *