ท่องเที่ยวทั่วโลก

3 การตลาดออนไลน์ที่ดีที่สุด

ก.ย.
07

การตลาดออนไลน์ที่ดีที่สุด อันดับที่ 3 ทำโฆษณา Google แบบ GDN

การตลาดออนไลน์ที่ดีที่สุด  GDN ย่อมาจาก Google Display Network เป็นบริการโฆษณาแบบหนึ่ง ของตัว Google Adwords ที่เราสามารถที่จะไปซื้อโฆษณา เพื่อที่จะไปขึ้นที่เครือข่ายพันธมิตรของ Google ได้เครือข่ายพันธมิตรของ Google ได้แก่อะไรบ้างยกตัวอย่าง

เช่น Youtube เว็บไซต์ หลายๆเว็บไซต์เลยที่มีคนเข้าน้อยไปจนถึงมีคนเข้ามากสุดในประเทศหลายเว็บไซต์เรียกว่าเกือบจะทุกเว็บไซต์ในประเทศไทยเป็นพันธมิตรกับ Google ทั้งหมดนะครับ kapook.com/sanook.com/dek-d.com พวกนี้นะครับรวมไปถึงเว็บฯที่เป็นเว็บไซต์เฉพาะทางในหมวดธุรกิจของคุณนะครับยกตัวอย่างเช่นสมมติ คุณเป็นเว็บฯ อสังหาริมทรัพย์ มันก็จะมีเว็บฯ พวกเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นพันธมิตรกับ Google อยู่นะครับ

ยกตัวอย่างเช่น think of living.com, DDproperty.com พวกนี้นะครับหรือว่าถ้าคุณเป็นเว็บฯเกี่ยวกับธุรกิจความสวยความงามมันก็จะมีเว็บฯที่เป็นแหล่งรวมรีวิวเรื่องของความสวยความงามที่เป็นพันธมิตรกับ Google นะครับคำถามคือ เราไปทำอะไรกับมันได้นะครับคำตอบก็คือเราไปซื้อโฆษณาแบนเนอร์ของเราหรือว่าวิดีโอของเรา ไปโผล่ตามช่องทางต่างๆเหล่านั้นได้แล้วทำไมเราถึงต้องไปซื้อตรงนั้นเพราะว่า

ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราเขาไปดูเว็บฯเหล่านั้นเราขายเครื่องสำอางเราก็ควรจะเข้าไปโฆษณาในเว็บฯที่คนหาเครื่องสำอางเขาอยู่กันก็คือเว็บเครื่องสำอางนั่นแหละเราก็ไปโผล่ตรงนั้นข้อที่ดีอย่างหนึ่งมากๆของ Google Display Network ก็คือเขาเก็บเงินเป็น Pay per click ก็คือต้องคลิกก่อนถึงจะเสียเงินนั่นหมายความว่าถ้าแบนเนอร์ของคุณ ไปปรากฎให้เขาเห็นแล้วมันไม่ได้มีคนคลิกมันมีแต่คนดูอาจจะเพราะว่าแบนเนอร์มันมีเยอะ

ในเว็บฯหนึ่งถ้าเขาไม่ได้คลิกคุณก็ไม่ต้องจ่ายเงินเมื่อไรที่เขาคลิกก็อาจจะหมายถึงเขาสนใจแบนเนอร์ หรือข้อความหรือว่ารูปภาพในแบนเนอร์คุณ นเบื้องต้นแล้วเขาก็เลยกดเข้าไปดูที่หน้าเว็บมันก็เปรียบเสมือนคุณเสียเงินก็ต่อเมื่อเขาเข้ามาที่น่าร้านคุณแล้วนั่นแหละสำหรับมือใหม่ก็คงไม่ได้คิดอะไรกับการลง Google Display Network

 ผมแนะนำหลายคนก็อาจจะไปลองศึกษาทำตามกันดูแต่ว่าหลายคนที่เคยทำการตลาดมานานแล้ว 5 ปีขึ้นไปคงจะมีคำถามว่า Google Display Network มันเวิร์คจริงๆหรือเพราะว่าในสมัยก่อนมันไม่ได้ดีขนาดนี้มันเพิ่งจะมาดี 1-2 ปีที่ผ่านมาปี 2018 นี่เองนะครับที่มันพีคขึ้นมาดีมากๆเหตุผลที่ผมคิดว่ามันกลับมาได้ผลดีมากๆเพราะว่าหนึ่งคือ algorithm

ในการที่ Google เขา target กลุ่มเป้าหมายให้เราโดยใช้พวกระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์มันมีคุณภาพมากขึ้นสูงมาก นะครับมันก็เลยทำให้เรา target คนได้ตรงขึ้นมากๆเหตุผลใหญ่ๆข้อที่ 2 เป็นเรื่องของที่ทุกคน แห่กันไปลงโฆษณาใน Facebook กันหมดโดยที่มองข้าม Google Display Network ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วปริมาณคนเล่นอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยมันเยอะขึ้นจริงๆอยู่ว่าสัดส่วนคนไปเล่น Facebook กันซะเยอะในหนึ่งวันคนเล่น Facebook

กันซะเยอะแต่เราก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลาเราจะหาข้อมูลอะไรต่างๆเราก็ยังไปดูเว็บไซต์อย่างเช่นพวกบล็อกเช่นพวกรีวิวอะไรต่างๆอยู่นะครับสมมติว่าวันนี้คุณจะไปเที่ยวยุโรปด้วยตัวเองผมก็เชื่อว่านอกจากคุณไปดูใน Facebook คือเวลาเราไปดูใน Facebook ข้อมูลมันจะไม่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระบบคือมันไล่ไปตามฟีดแต่ว่าเวลาเราจะหาข้อมูลแบบจริง ๆ จัง ๆ เราก็ยังคง ช้เว็บไซต์พวกนี้อยู่

ถ้าสมมติว่าผมเป็นโรงแรมในยุโรปหรือผมเป็น pocket wifi เป็นธุรกิจที่เอาไปใช้ที่ยุโรปได้หรือว่าขายตั๋วรถไฟ คำถามคือผมก็ควรจะไปลงโฆษณาในเว็บฯที่คนเขากำลังจะไปเที่ยวยุโรปเขาไปอ่านกันก็จะมีโอกาสที่ผมจะเปลี่ยนให้เขาจากคนที่สนใจกลายเป็นลูกค้าได้นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไม Google Display Network ถึงเป็นตัวที่

อันดับที่ 5 ซึ่งผมจัด ranking ให้มันดีกว่า google search ซะอีก Google Search ของ Adwords แล้วก็ดีกว่า LINE@ ด้วย เพราะว่ามันเป็นตัวที่ค่อนข้างจะเป็นทะเลสีฟ้านะครับ คือ Blue ocean คือการแข่งขันยังต่ำอยู่ ในขณะที่ โอกาสที่เราจะเข้าไปทำยอดขายสูงและดีมาก ๆ นะครับจากที่ผมสอนลูกศิษย์ใน 10 รุ่นหลังแล้วก็ลูกค้าที่ดูแลกันอยู่ผลตอบรับจากการลง Google Display Networkดีแซง Facebook และ Google Search ขึ้นมาสำหรับลูกศิษย์แล้วก็ลูกค้าในหลายๆเจ้าเลยหลายๆธุรกิจ หลาย ๆอุตสาหกรรมเลยนะครับ อยากให้ไปลองศึกษาต่อยอดกันดูนะครับ สำหรับการลงโฆษณาบน Google Display Network

 

การตลาดออนไลน์ที่ดีที่สุด อันดับที่ 2 โฆษณา Google Remarking 

เราคุยเรื่องโฆษณา Google กันไป แล้วนะครับก็คือ Search แล้วก็ GDN แต่ที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้มันเหมือนเป็นการโฆษณาไปหาคนใหม่ๆที่อาจจะเคยเจอเราหรืออาจจะไม่เคยเจอเราแต่ส่วนใหญ่ จะเป็นคนที่ไม่เคยเจอเรานะครับเราก็จะเข้าไปหาเขาเขามาเสิร์ช Google มาเจอเราเขาเล่นเว็บฯที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเราอยู่ก็เจอเราอันนั้นคือสองแบบที่ผมพูดถึงไปแล้วแบบที่ผมกำลังจะพูดถึงในข้อที่สี่นี้คือแบบ Remarketing ของ Google Remarketing คืออะไร?

Remarketing คือโฆษณาที่ผมใช้คำว่าเป็นโฆษณาแบบ ตามหลอกหลอน ตามหลอกหลอนในที่นี้ ก็หมายถึงว่าเมื่อไรก็ตามที่ลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์คุณเขาออกจากเว็บฯไปเขาจะโดนโฆษณาแบนเนอร์ของคุณตามไปหลอกหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าๆทำไมโฆษณา

Remarketing ผมถึงเอาไว้อันดับที่ 4 เหตุผลข้อที่หนึ่งก็คือเขามีสถิติว่า 96-99% ของคนที่เข้าไปในเว็บฯคุณครั้งแรก ไม่ตัดสินใจทำอะไรเลยนอกจากดูอย่างเดียวไม่ซื้อไม่ถามไม่ add LINE ไม่โทรดังนั้นถ้าคุณเอาแต่ทำการตลาดหาลูกค้าใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่เคยไปตามลูกค้าที่คุณเสียเงินโฆษณาได้ traffic เขาเข้ามาดูเว็บฯแล้วไปตามเขาครั้งที่สองครั้งที่สามบ้างเลยค่าเสียโอกาสของคุณ จะมีมหาศาลมาก เพราะว่า 96-99% เขาไม่ตัดสินใจในครั้งแรกเขาตัดสินใจในครั้งที่ 2 3 4 5 6 7

ดังนั้นเหมือนกับเวลาคุณอยากจะไปซื้อของออนไลน์นะครับมันมีสักกี่ครั้งที่คุณอยู่ๆก็นึกถึงสินค้านี้แล้วก็เข้าไปในเว็บฯแรกเว็บฯเดียวแล้วคุณก็ซื้อได้เลยถ้าคุณลองทบทวนกับตัวเองดูคนส่วนใหญ่เขาจะตอบว่ามันน้อยมากเพราะว่าเราต้องคิดและต้องพิจารณาแล้วมันมีหลาย state

หลายสภาวะของเราสภาวะแบบยังไม่รู้จักของอันนั้นดีพอเพิ่งเริ่มหาข้อมูลสภาวะแบบยังเปรียบเทียบราคาอยู่สภาวะแบบจะเลือกแล้วสภาวะหาเจ้าที่มีโปรโมชันสภาวะแบบซื้อไปแล้วแล้วก็เสิร์ชวิธีใช้คือมันมีหลายสภาวะดังนั้นคำถามคือเราจะไปคาดหวังให้ทุกคนเข้าเว็บฯเราครั้งแรก แล้วซื้อมันเป็นไปไม่ได้ไม่ได้เป็นไปยากนะ

เป็นไปไม่ได้ดังนั้นเราก็ต้องใช้ตัว Remarketingไป remind ให้เขาเห็นซ้ำในช่วงที่เขากำลังตัดสินใจอยู่สมมติว่าคนจะซื้อบ้านหรือว่าสมมติคนจะมาเรียนคอร์สผมอย่างนี้เขาดูเสร็จปุ๊บ เขาก็ต้องเลือกวิทยากรหลายท่านแล้วเขาก็ไม่ใช่แบบสมมติดต่อให้เขาเลือกผมแล้วก็ไม่ใช่ว่าเขาจะตัดสินใจได้เร็วกันทุกคนนะครับบางคนก็รอจังหวะที่เหมาะสมก่อนรอว่างก่อนรอให้เคลียร์คิวได้ก่อนรอให้จัดสรรค์เรื่องนั้นโน้นนี้ในธุรกิจตัวเองเรียบร้อยก่อนก็จะสนใจนะครับแต่บางทีถ้าเราไม่ทำ Remarketing

ไปเขาอาจจะเคยสนใจจริงแต่ถึงวันหนึ่งวันที่เขาจะตัดสินใจเขาอาจจะหาเราไม่เจอหรือลืมชื่อเรานะครับแล้วบังเอิญมีเจ้าอื่นมาโฆษณาใส่เขาเกิดเปลี่ยนใจก็อันนี้คือค่าเสียโอกาสนะครับนี่คือคำตอบว่า ทำไม Remarketing ถึงสำคัญมากจริงๆ มีอีกหลายเหตุผลเลยที่ผมอยากจะเชียร์ให้คุณทำ Remaketing เพราะว่ามันช่วยเพิ่มยอดขายได้ดีจริงๆข่าวดีอีกอย่างหนึ่งที่เหมือนกับ GDN และ Search ก็คือ Google เก็บเงินเป็น Pay per click 

หมายความว่าคุณจะไม่เสียเงินต่อให้เขาเห็นคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน เช้ากลางวันเย็นๆสำหรับ Google ถ้าเขาไม่คลิกคุณจะไม่เสียเงินด้วยดังนั้น ข้อดีข้อที่หนึ่งคือ remind ให้เกิดการซื้อข้อที่สองคือทำให้คนจำแบรนด์คุณได้ข้อที่สามคือ สร้างความน่าเชื่อถือและของแถมที่ได้คือเขาจำคุณได้คุณดูน่าเชื่อถือเพราะเขาเห็นบ่อยแต่ถ้าเขาไม่คลิกคุณก็ยังไม่เสียเงินอีกดังนั้นอยากให้ไปลองศึกษาต่อยอดกันดูนะครับลองไปดูใน channel ผมก็ได้ มีพูดถึงตัว GDN Remarketing อีกหลายคลิปเลยอยากให้ลองดูกันนะครับ

 

การตลาดออนไลน์ที่ดีที่สุด อันดับที่ 1  ทำโฆษณา Facebook แบบ Lookalike Audience

Facebook Lookalike Audience มันคืออะไร สำหรับมือใหม่ ผมจะอธิบาย Lookalike แบบพอสังเขปอีกทีหนึ่งในคลิปนี้นะครับแต่จริงๆผมมีอีกคลิปหนึ่งที่ลงรายละเอียด detail กว่านี้มากๆเลยก็อยากให้ไปดูอันนั้นด้วยเพื่อความเข้าใจที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นมาลองพิจารณากันดูนะครับว่ามันคืออะไรก็คือ Lookalike หลักการมันเป็นอย่างนี้นะครับคือปัญหามันมีอย่างนี้เวลาเราลงโฆษณา Facebook แบบ New Audience ก็คือจากข้อที่ 3

เราต้องระบุกลุ่มเป้าหมายโดยการพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปในช่องเขาเรียกว่า Detailed Targeting อย่างเช่นพิมพ์เรื่องความสนใจพิมพ์เรื่องอาชีพ ตำแหน่งงาน อะไรต่าง ๆพิมพ์มหาวิทยาลัยที่เขาเรียนพิมพ์​โรงเรียนที่เขาจบมาซึ่งในหลายๆครั้งบางอันมันก็มีให้เลือกบางอันที่เราอยากจะได้มันก็ไม่มีให้เลือกแต่คำถามคือเวลาที่มันมีให้เลือกมันก็ดีไปแต่เวลาที่ไม่มีให้เลือกเราจะทำอย่างไรทางออกที่หนึ่งก็คือเราก็ไปเลือกอย่างอื่นที่ทดแทนกันได้ที่มันมีให้เลือกนะครับอย่างที่สองก็คือเราใช้สิ่งที่เรียกว่า Lookalike นี่แหละช่วยทีนี้ Lookalike

คืออะไรนะ Lookalike ก็คือมันจะเป็นการที่เราส่งกลุ่มตัวอย่างให้ Facebook แล้วก็บอก Facebook ว่าช่วยไปหาคนแบบกลุ่มตัวอย่างนี้ให้ฉันทีเอามาให้อีกสัก 5 แสนคนเป็นอย่างต่ำนะครับอันนี้คือความหมายของ Lookalike ผมยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าผมเอาตัวเองส่งให้ Facebook เป็นระบบอัตโนมัติ เป็น AI อันนี้คือผมเป็นกลุ่มตัวอย่างผมส่งตัวเองให้ Facebook นะครับ Facebook ก็จะมาแกะ Facebook account ของผม Facebook profile ของผมว่าผมเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 31 แล้วก็จบวิศวะคอมฯ

แล้วก็เคยเป็นโปรแกรมเมอร์เคยทำงานเกี่ยวกับ Internet marketing ทำเรื่องการตลาดออนไลน์เป็นเจ้าของ ธุรกิจแล้วก็ สนใจเรื่องการตลาดออนไลน์สนใจเรื่องระบบ Email marketing สนใจเรื่อง Branding เขาก็ดูจากเพจที่ผมไปติดตามเพจที่ผมไปเรียกว่ามีปฏิสัมพันธ์ดูว่า

ผมสนใจเรื่องการลงทุนผมจบพระจอมเกล้าธนบุรีบางมดเขาก็จะเริ่มสแกนๆนะครับก็จะออกมาปุ๊บ มีแฟนแล้ว แต่งงานแล้ว ก็ลิสต์ออกมาๆนะครับเสร็จปุ๊บ Facebook ก็จะเอาเงื่อนไขเหล่านี้ ไปหาคนที่คล้ายๆผมอาจจะแบบว่าเป็นคนสนใจการตลาดออนไลน์เหมือนกันเป็นเจ้าของธุรกิจเหมือนกันหรือว่าเป็นคนที่สนใจเรื่องการลงทุน เหมือนกันเขาก็จะไปหามาอีก 5 แสนคนทีนี้ มันดีกว่า New Audience

ในแง่หนึ่งในความเห็นของผมนะก็คือผมคิดว่า Facebook เขาสามารถที่จะเลือกคนได้ละเอียดกว่าการที่เรากดเลือกเองเพราะว่าการที่เรากดเลือกเองมันมีข้อจำกัดอย่างที่ผมบอกก็คือบางอันมีให้พิมพ์บางอันไม่มีแต่ว่าของ Facebook เรียกว่าทะลุทะลวงได้ทุกอย่างไม่มีข้อจำกัดถ้าเป็น Lookalike เป็น AI ของ Facebook เขาเองนะครับดังนั้นคือมันก็สามารถที่จะไปหาคนที่

ตรงกลุ่มเป้าหมายให้เราได้ดีกว่านะครับทำไมผมถึงกล้าบอกว่ามันดีกว่าเพราะว่าจากสถิติ ของการที่เรายิงโฆษณาไปแล้วได้ return มาเป็นยอดขายหรือว่ายอดทักที่ลูกศิษย์ส่งการบ้านกันส่วนใหญ่แล้วโฆษณาแบบ Lookalike จะทำผลงานได้

ส่วนใหญ่นะครับ ดีกว่า New Audience กว่าเราหาเองนะครับแต่ปัญหาก็คือว่าแล้วเราจะเอากลุ่มตัวอย่างมาจากไหนสำหรับมือใหม่คำตอบก็คือหนึ่งอาจจะเป็น Email  หรือเบอร์โทรศัพท์ของ database

ลูกค้าที่เราเคยขายสินค้าไปแล้วแล้วรวบรวมเอาไว้เราสามารถเอารายชื่อ contact ตรงนี้อัปโหลดเข้าไปใน Facebook แล้วบอกว่าอันนี้คือกลุ่มตัวอย่างเพื่อไปทำ Lookalike ได้ถ้าใครมีก็ควรทำตรงนี้แต่ถ้าใครไม่มีก็ใช้อย่างอื่นอย่างเช่น เอาคนที่เคย inbox มาหาเรานะครับเอาคนที่เคยกดไลก์เพจเราถ้าคนที่กดไลก์ตรงกลุ่มเอาคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเพจเราเอาคนที่เคยดูวิดีโอของเราซึ่งก็จะเห็นว่าจากที่พูดมา Lookalike

อาจจะไม่ได้เริ่มง่ายเลยซะทีเดียวคุณอาจจะต้องเริ่มจาก New Audience ไปก่อนแล้วค่อยเอาลูกค้าที่เกิดขึ้นเอาสถิติ ข้อมูลที่เกิดขึ้นเหล่านี้เอามาทำ Lookalike นะครับก็จะทำให้โฆษณา และยอดขายของคุณดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

การตลาดออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *